จากรูปเอนทรี่นี้ กับน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล(นครนายก) เทียบกับรูปที่ถ่ายเมื่อวาน
 
ถ้าเหลือถึงแล้งปีหน้าก็คงดี
 
แถมๆ
 
 
(ยังทำไม่ถึงไหนเลยแหละ Y Y)

3G(string)

posted on 19 Sep 2010 11:01 by mfxegxef

 

ป.ล. จะประมูลก่อนหรือประมูลหลังมันก็ไม่เคยมีคำว่าประชาชนมาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว อยากรู้ว่าเค้กชิ้นนี้ใครจะอิ่ม
ป.ล. 2 รายได้ประชาชนคนไทยอยู่ที่ห้าพันหน่อยๆ จะให้ใช้สามจี (สตริง) อุโฮะ!
ป.ล. 3 โรบินสันลดราคาจีสตริงวันนี้เป็นวันสุดท้ายนะจ้ะ (ป้ายโฆษณาชุดชั้นในกลางสี่แยกศูนย์วัฒนธรรมใหญ่มาก)

     แฮ่ม..อาย กว่าจะอัพที นานมากก ขอขอบคุณที่ยังแวะเวียนมาเยี่ยมกันอยู่นะครับ

     สำหรับเอนทรี่แรกในรอบสามเดือนนี้.... ก็มีเหตุอันเนื่องมาจากธุระให้ต้องเดินทางเข้าไปในป่า(อีกแล้วล่ะครับ)

 

ป่าเต็มๆเลย ขับรถเข้าไปนึกว่าจะแย่ซะแล้ว

สภาพนี้เลยดีเข้าไปไม่ลึกเท่าไหร่

วิวข้างทางสวยมากครับ มีแต่ป่าเห็นแล้วสบายใจ

ถ้ารถเสียคงงานเข้ามิใช่น้อย ดีที่คลื่นมือถือเต็มตลอดทาง

     แต่ที่จะเล่าจริงๆ ไม่ใช่เรื่องวิวข้างทางสวยๆ นี่หรอกครับ ตอนแรกกะว่าไปพักผ่อนกันแบบสบายๆ เพราะธุระเสร็จเร็วแถมค่าน้ำมันรถก็ฟรีด้วย ขากลับเลยแวะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ไม่ได้แวะไปเสียนาน อีกอย่างรูปหลังจากนี้ส่วนใหญ่ ถ่ายที่ ISO 800-1600 ตั้งแต่ ห้าโมงครึ่ง ถึง หนึ่งทุ่ม ครับ เพราะฉะนั้นรับประกันว่าน๊อยเต็ม ภาพเบลอแน่ๆ แต่อยากนำมาฝากครับ

เขื่อนปาสักที่คุ้นเคยครับ รูปนี้จากภาพเก่า วันที่ 6 กรกฎาคม 2551 ครับ

ตอนนั้นสภาพเขื่อนแล้งพอสมควร ปริมาณน้ำ 29% ( 280 ล้านลูกบาศร์เมตร)

แต่ก็ยังไม่เท่าวันนี้ครับ 27 มิถุนายน 2553 ปริมาณน้ำ 8% ( 77 ล้านลูกบาศร์เมตร)

ภาพมุมไม่ค่อยชัดแต่น้ำลดลงไปมากๆ

จากมุมนี้ตอนปี 51 ผมยังหิ้วตะเกียงไปนั่งเล่นริมเขื่อนอยู่เลย

ตอนนี้คงได้นั่งเล่นริมลำธารแทนละครับ

บริเวณเดียวกันลงไปเตะบอลเล่นกันได้เลยทีเดียว

มีซากหอยเยอะมากนอกจากนั้นก็เป็นก้อนกรวด

น้ำแห้งนานจนต้นไม้ขึ้นเลยครับ

มีคลองเล็กๆ อยู่ตรงกลาง (ซึ่งน้ำก็เริ่มเน่าแล้วเพราะมันนิ่งมาก)

ภาพการระบายน้ำของเขื่อนเมื่อกลางปี 51 ครับ ยังคุยกะเพื่อนเลยว่าน้ำน้อยไม่สะใจ

อันนี้เป็นภาพการระบายน้ำกลางปี 53 มั่ง การระบายน้ำเป็นศูนย์

แห้งสนิท

 

 เพราะระดับน้ำมันต่ำกว่าช่องระบายน้ำไงล่ะ

สรุปปริมาณน้ำในเขื่อนตั้งแต่ต้นปี 2553

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณความจุสูงสุดอยู่ที่ 957 ล้านลูกบาศร์เมตร

01/01/2553
มีปริมาณความจุอยู่ที่ 775 ล้านลูกบาศร์เมตร คิดเป็น  79%

01/02/2553
มีปริมาณความจุอยู่ที่ 654 ล้านลูกบาศร์เมตร คิดเป็น  68%

01/03/2553
มีปริมาณความจุอยู่ที่ 470 ล้านลูกบาศร์เมตร คิดเป็น  49%

01/04/2553
มีปริมาณความจุอยู่ที่ 310 ล้านลูกบาศร์เมตร คิดเป็น  32%

01/05/2553
มีปริมาณความจุอยู่ที่ 132 ล้านลูกบาศร์เมตร คิดเป็น  14%

01/06/2553
มีปริมาณความจุอยู่ที่ 84 ล้านลูกบาศร์เมตร คิดเป็น  9%

27/06/2553
มีปริมาณความจุอยู่ที่ 77 ล้านลูกบาศร์เมตร คิดเป็น  8% 

03/07/2553
มีปริมาณความจุอยู่ที่ 72 ล้านลูกบาศร์เมตร คิดเป็น  8%

     แสดงให้เห็นว่า การบริหารน้ำบ้านเรามันอภิมหาการคาดหวังลมๆฝนๆมาก ปริมาณใช้น้ำในช่วงเดือน 2 3 4  น่าเป็นห่วงจริงๆ เพราะแทบจะไม่เผื่อหน้าแล้งเลย และไม่ใช่แค่ปีนี้ สองสามปีที่ผ่านมาก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่ปีปัจจุบันกักเก็บน้ำจากช่วงหน้าฝน (และมรสุม) ในปีที่แล้วได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น จึงส่งผลกระทปอย่างหนักมาถึงปีนี้

      สัปดาห์ต่อมา อดไม่ได้ผมจึงแวะไปดูเขื่อนใกล้ๆ กรุงเทพฯ อย่างเขื่อนขุนด่านปราการชล ไปถึงตอนเกือบค่ำอีกแล้ว

ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2552 แล้งมาก (กดที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)
ปริมาณน้ำ 17% ( 38 ล้านลูกบาศร์เมตร จากความจุสูงสุด 226 ล้านลูกบาศร์เมตร)

ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2553 แล้งได้อีก แต่ไปช่วงฝนตกเลยดูชุ่มช่ำๆ (กดที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)
 ปริมาณน้ำ 9% ( 19 ล้านลูกบาศร์เมตร จากความจุสูงสุด 226 ล้านลูกบาศร์เมตร) 

จริงๆลดลงไปฮวบๆ อยู่นะเธอว์

ถ่ายตากฝนแหละเธอว์...

ภาพสังเกตไม่ค่อยชัด ต้องดูเทียบจากเนินเขานะครับ

แต่เห็นภาพมุมนี้แล้วก็ยังพอชื่นใจอยู่บ้าง...

สรุปว่า ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งระยะยาวเถิดอย่าแก้เฉพาะหน้าแค่สั่งรถส่งน้ำเลย อนาคตข้างหน้ามันจะยิ่งเป็นผลกระทปแบบลูกโซ่ นะคร้าบบ

ข้อมูลเชิงสถิติ
http://water.rid.go.th/flood/flood/daily.pdf
http://www.kromchol.com/dailyudq/GIS/Warning.html
http://www.rid.go.th

ปล. ภัยแล้งไม่ใช่ความผิดของรัฐ แต่! อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐ เพราะฉะนั้นไปแก้มาซะ!

ปล.2 โฆษณาสุดๆ หนังสืออะไรๆ ก็ฮา เล่ม 2 ออกแล้วจ้า! ใหม่ล่าสุด พร้อมเสิร์ฟที่เซเว่นโดยไม่ต้องอุ่นไมโครเวฟ ทั่วประเทศเด้อ

ปล.3 อุตส่าเปลี่ยนธีมเพื่ออัพเอนทรี่นี้เลยนะเธอ ส่วนเรื่อง "ท้องฟ้าแสนสวย" คงต้องรอไปก่อน

Recommend